โดน amazon block บัญชี เพื่อขอเอกสาร เกี่ยวกับบัตรเครดิตและข้อมูลส่วนตัว

July 29, 2017


ปกติหากเราซื้อสินค้าจาก amazon ด้วย บัตรเครดิต/เดบิต จะมีลิมิตการซื้ออยู่ครับ หากเราซื้อจำนวนมากเช่น วันละ 3-5 ชิ้น และซื้อแบบนี้ติดต่อกันไปเรื่อยๆ Amazon จะ block account และเมื่อพยายาม login Amazon จะแจ้งว่า password ผิดครับ ให้เราเข้าไปตรวจสอบ Email เพื่อดูอีเมล์ที่ขอเอกสารจาก amazon ครับ

เมื่อเข้าไปแล้วจะพบ อีเมล์ที่ขอเอกสาร เขาจะขอมาประมาณ 2-3 อย่าง

1. ขอบัตรประชาชน

2. ขอข้อมูลบัตรเครดิตที่กรอกเพื่อซื้อสินค้า

3. ขอสเตทเม้น

ดังนั้นให้เรา เตรียมเอกสารดังนี้

1. บัตรประชาชน ให้แสกน หน้าและหลัง ชื่อในบัตรประชาชนต้องตรงกับข้อมูล บัตรเครดิตหรือเดบิตที่ใช้ชำระ

2. ข้อมูลบัตร ให้ทำการแสกนบัตรหน้าและหลังเช่น กัน 

3. สเตทเม้น ต้องไปขอธนาคารครับ เมื่อขอแล้วให้เขาระบุมาด้วยว่า ชื่อด้านบนเอกสารต้องเป็นภาษาอังกฤษ แ ละต้องตรงกับข้อมูลบัตรประชาชนและบัตรเครดิต

เมื่อได้เอกสารทั้ง 3 อย่างแล้ว ให้ทำการ reply เมล์นั้นกลับไป แล้วรอ ทีมงาน amazon ตรวจสอบ 1-2 วันครับ หากผ่าน บัญชีก็จะกลับมาใช้ได้ตามปกติครับ แต่ถ้าไม่ผ่านก็ต้องไปทำเอกสารใหม่ให้ถูกต้องแล้วส่งไปใหม่ครับ ในอนาคตหากซื้อสินค้าด้วยบัตรอีกก็มีโอกาสโดนขอเอกสารอีกเหมือนเดิมครับ


*วิธีแก้ไขระยะยาว

*นี่จึงเป็นสาเหตุว่า ทำไมผมถึงแนะนำให้ใช้ Amazon gift card ครับ เพราะ Amazon gift card จะไม่มีความเสี่ยงเรื่องการขอข้อมูลการยืนยันตนครับ และยังได้ข้อดีตรงได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ถูกกว่าด้วยครับ  Amazon gift card ควรหาซื้อดีดีนะครับ เพราะปัจจุบันมีการโกงเยอะขึ้น ผมแนะนำ Begiftcard.com ครับ


Amazon Gift Card เปรียบเสมือนบัตรเติมเงิน ที่จะมีขายเฉพาะในประเทศ สหรัฐอเมริกา ครับ โดยคน us สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปครับ 

โดยส่วนใหญ่แล้ว Amazon Gift Card ใช้ซื้อเพื่อเป็นของขวัญ เช่น ไว้ซื้อให้ เพื่อน แฟน หรือครอบครัว เพื่อเป็นบัตรของขวัญ ที่ผู้รับสามารถนำไปซื้อสินค้าสินค้าใน Amazon ได้ครับ

เช่น วันนี้เป็นวันเกิดผม พ่อผมจึงซื้อ Amazon Gift Card มูลค่า $50 ให้ผม ผมจึงนำไปเติมใน amazon.com ครับ ผมก็จะมีเงินใน Balance ของ Amazon จำนวน $50 เพื่อใช้ซื้อสินค้าใน Amazon.com ครับ


ประโยชน์ของ Amazon Gift Card

1. ประหยัด(ลดต้นทุน) เพราะช่วนลดต้นทุนในการซื้อสินค้าที่ Amazon ได้ครับ ปกติแล้วเรามักจะใช้บัตรเครดิต/เดบิตในการซื้อสินค้าที่ Amazon.com ซึ่งจะเสียอัตราแลกเปลี่ยน เช่น วันนี้ ผมซื้อสินค้าที่ Amazon โดนเรทตัดบัตร 37 บาท/$ แต่หากซื้อ Aamzon Gift Card อาจจะได้เรทถูกว่า หรือประมาณ 36บาท/$ ครับ ลองคิดภาพครับ ว่าถ้าหากผมทำ Dropship และขายสินค้าได้วันละ 3,000$ ถ้าผมใช้เ Amzon Gift Card ผมจะสามารถประหยัดไปได้ถึง 3,000 บาท ต่อวัน ครับ

2. ปลอดภัย โดยปกติแล้วหากท่านทำ Dropship และมักซื้อสินค้าที่ Amazon บ่อยๆ โดยการตัดบัตรเครดิต/เดบิต ท่านมักจะโดน Block account และให้ยืนยันเอกสาร บัตรเครดิต เช่น บัตรประชาชน สเตทเม้น และบิลที่อยู่ เพราะ เมื่อเราซื้อสินค้าจาก Amazon เยอะๆ Amazon จะกลัวว่าเราจะทำการโกง ด้วยเหตุผลทั้ง 2 ข้อด้านล่างนี้ Amazon มักจะขอเอกสารเพื่อยืนยันตัวตน และหากเรายืนยันไม่ได้ account จะโดนปิดทันที ส่งผลให้ account ใหม่ที่เราจะสมัครโดยปิดตามๆ กันไป และจะยากต่อการสมัคร amazon ครับ ตัวอย่างการโกงที่ Amazon กลัวมีดังนี้

2.1 ใช้บัตรปลอมมาซื้อ Amazon กลัวว่าเราใช้บัตรปลอมมาซื้อสินค้าเยอะๆ กว่า amazon จะรู้ว่าเป็นบัตรปลอม ก็ผ่านไปหลายวันแล้ว และเราก็ซื้อสินค้าไปเป็นร้อยเป็นพันชิ้นแล้ว แบบนี้ Amazon ขาดทุนครับ

2.2หรือ ซื้อสินค้าเยอะๆ สัก 300 ชิ้น 500 ชิ้น ผ่านไป 30 วันค่อยแจ้งธนาคารเจ้าของบัตรเราว่า บัตรโดน Hack ไปนานแล้ว เราไม่ได้ กดซื้อสินค้านะ โจรมันกด แบบนี้ Amazon ขาดทุนครับ เพราะของถูกส่งไปแล้ว 300 500 ชิ้น และเราเพิ่งมาแจ้งเอาเงินคืนจากธนาคารเจ้าของบัตร

3.ไม่ติดลิมิตบัตร บัตรเครดิต/เดบิต มักมีลิมิตในการใช้งานต่อวันครับ เช่น วันละ 5หมื่นบาท หรือเดือนละ 4 หมื่นบาท เป็นต้น หากระยะยาว เรามี Orders เข้ามาเยอะ เช่นวันละ 3000$ อย่างผม ลิมิตบัตร 4 หมื่นบาทต่อเดือน จะใช้ไม่ได้ครับ

4.การ refund เร็วกว่า เมื่อเราทำ dropship และมีการ refund เงินกลับ หากเราใช้บัตรเครดิต/เดบิตซื้อสินค้า การ refund เงินกลับก็จะใช้เวลานานครับ 7-30 วัน แล้วแต่ธนาคารเจ้าของบัตร แต่หากใช้ Gift card ซื้อจะใช้เวลา refund แค่ 1-4 ชั่วโมงครับ เข้า balance amazon ทันที

บทความเต็ม https://goo.gl/eBJgvE